19-194

เผยผลการศึกษาวิจัยประสิทธิผลของวัคซีน “โมเดอร์ที่นา” แล้วก็ “ไฟเซอร์” สำหรับเพื่อการคุ้มครองป้องกันการได้รับเชื้อ “วัววิด-19” โดยความต่างของวัคซีนอีกทั้ง 2 จะเริ่มแสดงให้เห็นตั้งแต่ได้รับวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว 3 สัปดาห์

เมื่อวันที่ 19 เดือนมกราคม 2565 นิตยสาร New England Journal of Medicine แสดงผลการเล่าเรียนเทียบประสิทธิผลสำหรับเพื่อการคุ้มครองป้องกันการได้รับเชื้อวัววิด-19 จากการฉีดยาโมเดอร์ที่นา แล้วก็วัคซีนไฟเซอร์ ในประเทศกาตาร์ โดยทำการคาดคะเนอุบัติการณ์ของการได้รับเชื้อวัววิด-19 ภายหลังการได้รับวัคซีนโมเดอร์ที่นาแล้วก็วัคซีนไฟเซอร์ เข็มที่ 1 แล้วก็เข็มที่ 2 ระหว่างวันที่ 21 เดือนธันวาคม 2563-20 ตุลาคม 2564

จากการเล่าเรียนพบว่า คนที่ได้รับวัคซีนโมเดอร์นาครบ 2 เข็ม จำนวน 192,123 ราย มีจำนวนผู้ติดโรคทั้งหมดทั้งปวง 878 ราย มีเพียงแค่ 3 รายที่มีลักษณะร้ายแรงต้องเข้ารับการดูแลรักษาในโรงพยาบาล แต่ว่าไม่พบรายที่ร้ายแรงขั้นวิกฤติหรือทำให้เกิดการตาย ส่วนในกลุ่มของคนที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ครบ 2 เข็ม จำนวน 192,123 ราย มีจำนวนผู้ติดโรคทั้งหมดทั้งปวง 1,262 ราย มี 7 รายที่มีลักษณะร้ายแรง แล้วก็ 1 รายที่เสียชีวิต โดยการได้รับเชื้อที่เกิดขึ้นหลังจากการได้รับวัคซีนครบแล้วทั้งคู่กลุ่มจะมีความข้องเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

ทั้งนี้ จากการติดตามผลหลังได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ไปแล้วเป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่าในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนโมเดอร์ที่นา มีอุบัติการณ์สะสมของการได้รับเชื้ออยู่ที่ 0.59% ส่วนกลุ่มคนที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ จะมีอุบัติการณ์สะสมของการได้รับเชื้อหลังจากได้วัคซีนนั้นสูงขึ้นยิ่งกว่า อยู่ที่ 0.84% (ดังแสดงในกราฟ วัคซีนโมเดอร์ที่นา เส้นสีน้ำเงิน แล้วก็วัคซีนไฟเซอร์ เส้นสีแดง)
นอกเหนือจากนี้ ยังพบอีกว่าในกลุ่มมวลชนที่ได้รับวัคซีนโมเดอร์ที่นา จะพบอุบัติการณ์ของการได้รับเชื้อวัววิด-19 แล้วก็การได้รับเชื้อจำพวกที่ร้ายแรงต่ำลงมากยิ่งกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ โดยความต่างของวัคซีนทั้งคู่นี้จะเริ่มแสดงให้เห็นตั้งแต่ได้รับวัคซีนเข็มแรกผ่านไปแล้วสามสัปดาห์

แต่ สรุปแล้ววัคซีนโมเดอร์ที่นา จะพบอุบัติการณ์การของการได้รับเชื้อภายหลังการได้รับวัคซีนที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งมีความกลมกลืนกับงานศึกษาเรียนรู้ก่อนหน้าที่แสดงถึงระดับภูมิคุ้มกันที่แตกต่างในคนที่ได้รับวัคซีนทั้งคู่.

19-19