25/09/2021 3:37 am

แก่งกระจาน : ยูเนสโกมีมติขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ แม้ฝ่ายสิทธิมนุษยชนยูเอ็นค้าน

องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก มีมติเสียงส่วนใหญ่ขึ้นทะเบียนให้ “กลุ่มป่าแก่งกระจาน” เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

ggk

การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 44 ประจำปี 2564 ซึ่งจีนเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมผ่านระบบทางไกล ระหว่างวันที่ 16 -31 กรกฎาคม 2564 โดยในวันนี้ (26 กรกฎาคม) คณะกรรมการได้พิจารณาให้กลุ่มป่าแก่งกระจาน ของไทยได้รับการบรรจุเข้าเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ
ข่าวคราวนี้มีขึ้น หลังจากตอนวันที่ 23 กรกฎาคม แผนกผู้ชำนาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ได้เรียกร้องยูเนสโกไม่ให้ขึ้นสถานะมรดกโลกให้แก่ผืนป่าแห่งนี้ จากปัญหาเรื่องการฝ่าฝืนสิทธิมนุษยชนของชนพื้นเมืองกะเหรี่ยงในพื้นที่

นายวราวุธ ศิลปม้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งสภาพแวดล้อม (ทส.) แถลงทันทีที่รู้ผล ยินดีต่อข่าวนี้ โดยพูดว่า กว่า 6 ปี ที่เมืองไทยเป็นจริงเป็นจังสนับสนุนพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน รวมทั้งไปสู่การพินิจพิเคราะห์ของคณะกรรมการมรดกโลก โดยมีการพรีเซ็นท์มาแล้วถึง 3 ครั้งในปี พ.ศ. 2558, พ.ศ. 2559 รวมทั้ง พ.ศ. 2562 จนถึงไปสู่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 44 ในปี พ.ศ. 2564 นี้
นายวราวุธ บอกว่า เป็นที่น่าดีใจว่าในปีนี้พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก ภายใต้กฏเกณฑ์ข้อที่ 10 ด้านความมากมายทางชีวภาพ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสำหรับเพื่อการปฏิบัติงานอนุรักษ์พื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีความจำเป็นสูงสุดสำหรับในการอนุรักษ์ความมากมายทางชีวภาพในถิ่นกำเนิด รวมไปถึงการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของจำพวกพืชพันธุ์ รวมทั้งประเภทสัตว์ ที่มีคุณค่าโดดเด่นเชิงวิทยาศาสตร์ หรือ เชิงอนุรักษ์ระดับนานาชาติ
กลุ่มป่าแก่งกระจาน นับว่าเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 6 ของไทย รวมทั้งเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศ นับตั้งแต่การจดทะเบียนเป็นมรดกโลกของเขตรักษาประเภทสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ – ห้วยขา ในปี พ.ศ. 2534 รวมทั้งกลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ ในปี พ.ศ. 2548
โดยกลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก เพราะเหตุว่าเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของจำพวกพืชพันธุ์รวมทั้งประเภทสัตว์ที่ใกล้สิ้นพันธุ์ รวมทั้งมีคุณค่าโดดเด่นระดับนานาชาติ รวมไปถึงเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรี รวมทั้งแม่น้ำภาชี เป็นป่าผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่โดยประมาณ 2.5 ล้านไร่ (4,089 ตารางกิโลเมตร) มีความยาวตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดของพื้นที่กว่า 200 กม.


คัดค้านจดทะเบียน “กลุ่มป่าแก่งกระจาน” เป็นมรดกโลก


เมื่อตอนเวลาเช้าก่อนหน้าที่ผ่านมา กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ภาคีเซฟบางกลอยจัดกิจกรรมข้างหน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งสภาพแวดล้อม เพื่อเรียกร้องให้เมืองแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนให้ได้ก่อนจดทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็น “มรดกโลก” ทางธรรมชาติ หรือไม่ก็ชะลอการพินิจพิเคราะห์ประเด็นนี้ออกไป
กิจกรรมดังที่กล่าวถึงมาแล้วใช้ชื่อว่า “มรดกโลก มรดกเลือด” เพื่อสะท้อนให้มีความคิดเห็นว่าการต่อสู้ของสิทธิชุมชนในพื้นที่ยังมิได้รับการปรับปรุงแม้ว่าจะต่อสู้มาแล้วกว่า 25 ปี การจัดกิจกรรมนี้เกิดขึ้นระหว่างที่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 16 -31 กรกฎาคม ที่ประเทศจีนตอนวันที่ 23 กรกฎาคม ก่อนหน้าที่ผ่านมา ผู้ชำนาญจากที่ทำการข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกการตักเตือนส่งถึงคณะกรรมการมรดกโลกให้มีมติยกเลิกการขอจดทะเบียนดังที่กล่าวถึงมาแล้วเพราะเหตุว่ามีชนพื้นเมืองกะเหรี่ยงถูกฝ่าฝืนสิทธิในเขตสวนดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ที่ผ่านมา คณะกรรมการมรดกโลกได้ไม่ยอมรับการจดทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานไปแล้ว 2 ครั้งในปี 2559 รวมทั้ง 2562
ก่อนที่่จะมาถึงวันนี้ เกิดอะไรขึ้นบ้าง
การดำเนินคดีฐานละเมิดป่ารวมทั้งการบังคับย้ายราษฎรกะเหรี่ยงบางกลอยบน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ที่กลับขึ้นไปทำรับประทานยังภูมิลำเนาเดิม ตาม “ยุทธการรักษาป่าต้นน้ำเพชร” ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กลับไม่เป็นผลข้างเคียงต่อการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติไทยของแก่งกระจาน
ยุทธการเอาคนออกมาจากป่าต้นน้ำของอุทยานฯ แก่งกระจานเริ่มมาตั้งแต่ปี 2535 เรื่องที่ถูกกล่าวถึงสูงที่สุดคราวหนึ่งในมหากาพย์ความไม่ถูกกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับราษฎรที่ “ป่าใจแผ่นดิน-บ้านบางกลอย” เป็นการเผาบ้านเมืองคนกะเหรี่ยงเมื่อปี 2554
ต้นเดือน มี.ค. ความไม่ถูกกันได้ปะทุขึ้นอีกรอบเมื่ออุทยานฯ แก่งกระจานได้แจ้งเหตุดำเนินคดีฐานละเมิดป่ารวมทั้งสนธิกำลังจับกุมราษฎร 22 คน ตอนวันที่ 5 มี.ค. รวมทั้งบังคับเคลื่อนย้ายราษฎร 85 คน ลงมาจากบ้านบางกลอยบน
ในตอนที่ทางอุทยานฯ เดินหน้าเอาคนออกมาจากป่าต้นน้ำ แก่งกระจานก็อยู่ในกระบวนการยื่นเสนอเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ซึ่งการพินิจพิเคราะห์ครั้งล่าสุดเมื่อปี กรกฎาคม 2562 ที่ยูเนสโก มีมติไม่รับรองให้อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจดทะเบียนเป็นมรดกโลก รวมทั้งให้สถานะ “ส่งเรื่องกลับ” (Referral)
“ปรับปรุงแก้ไขข้อห่วงกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชนกับกลุ่มชาติพันธุ์รวมทั้งชุมชนแคว้นที่ได้รับผลกระทบจากการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก” เป็น 1 ใน 3 ข้อเสนอแนะจากที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก