25/06/2021 4:55 am
มินเนียน

แนะนำมินเนียนเหล่าวายร้ายตัวเหลือง

มินเนี่ยน

เรื่องย่อ:
เรื่องราวของเจ้ามินเนี่ยน เริ่มที่รุ่งอรุณที่ยุคสมัย …มินเนี่ยน เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวสีเหลืองที่ได้ผ่านการพัฒนาการแล้วก็ปฏิบัติภารกิจรับใช้บรรดาเจ้านายวายร้ายแสบขั้นเทวดา พวกมินเนี่ยนที่ล้มเหลวตลอดกาลสำหรับเพื่อการรักษาชีวิตเจ้านายของตัวเองเอาไว้ ตั้งแต่แมื่อ คราว.เร็กซ์ จวบจนถึงนโปเลียน พวกมันพบว่าตนเองไม่มีเจ้านายแล้วก็จมอยู่ในความกลัดกลุ้ม แต่เมื่อมินเนี่ยนตัวหนึ่งนามว่า เควิน มีแผนการแล้วก็ได้ร่วมมือกับสตวร์ทจอมสั้น แล้วก็บ็อบน้อยผู้น่ารักน่าเอ็นดู สำหรับเพื่อการออกเสี่ยงภัยในโลกกว้างเพื่อหาเจ้านายวายร้ายคนใหม่สำหรับมันแล้วก็เพื่อนพ้อง ทั้งสามได้ออกเสี่ยงภัยสุดระทึกจนถึงไปพบกับคนที่บางทีอาจจะเป็นเจ้านายใหม่อย่าง สการ์เล็ต โอเวอร์คิล (แซนดรา บุลล็อค) จอมวายร้ายหญิงคนแรกของโลก พวกมันเดินทางจากทวีปเยือกแข็งแอนตาร์กติกามายังนิวยอร์กซิตี้ในยุค 60’s แล้วก็ไปลงเอยอยู่ในลอนดอน ที่ซึ่งพวกมัน จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนถึงขณะนี้ นั่นเป็นการปกป้องคุ้มครองเหล่า มินเนี่ยน…จากการเช็ด มินเนี่ยน

รีวิว:
เชื่อมั๊ยว่าคนที่ไปดูเป็นพวกบ้าเห่อ… ชั้นก็คนนึงอะ เป็นพลอตหนังมันเป็นอะไรที่โอเค น่าสนใจระดับนึงกับการกลับไปหาแหล่งกำเนิดของเหล่ามินเนี่ยน (ที่หลงผิดมาตั้งนานว่าสร้างจากเซลล์ของตัวละคร Gru: Despicable Me) แต่จริงๆเป็น… ไม่รู้เรื่องก็ได้ (นี่พูดจริง) ในความเห็นโดยส่วนตัวของเราหนังมันแอบหมดเสน่ห์ไป เพราะเกือบจะทั้งเรื่องซึ่งมีก็แต่ตัวเหลืองพวกนี้ แล้วเราก็ฟังมันไม่รู้เรื่อง นอกจากซะว่าคุณจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสัก 15 ภาษาขึ้นไปรับประกันฟังเข้าใจแน่ๆคนจำนวนไม่น้อยบอกว่ามันผสมๆไม่กี่ภาษาเอง ใช่ ภาคแรกๆบางทีอาจจะใช่ มาภาคนี้ชั้นว่าไม่ใช่ละ เว้นแต่ อังกฤษ, ประเทศสเปน, ฝรั่งเศษ, อิตาลี ล่าสุดมีภาษาอินโดนีเซียด้วยข่า

มินเนี่ยน 1-1

จุดสังเกตุ: เวลาแต่ละตัวพูดขอบคุณมากจะพูดต่างกัน ในหนังหัวข้อนี้เราแอบฟัง กราเซียส(ประเทศสเปน) กับ Terima Kasih(อินโดฯ) ออกเลยมานั่งช็อคอยู่คนเดียวถึงความท้อใจสำหรับเพื่อการผลิตดิกชันนารีเวอร์ชันภาษามินเนียน… (เกลียดคนพัฒนาบทสนทนา ม่างโคตรเหลี่ยมจัด)

การดูการ์ตูนหัวข้อนี้ราวกับย้อนกลับไปดู Tom and Jerry ที่แบบเป็น Slap Stick Comedy ทั้งเรื่อง (ตลกเจ็บตัว ฟาดหัว ระเบิดตกใส่ อะไรพวกนี้) เลวทรามเป็นปกติการ์ตูน Slap Stick มันสั้นๆ3-15 นาทีไม่เกินนี้ นี่ล่อเข้าไปเป็นชั่วโมง โอ๊ยปวดใจ ราวกับนั่งดูโดดเดี่ยวไมค์พี่โน้ส อุดมเลยอะ ครั้งคราวการตีตั๋วมาดูหนังเราก็อยากได้อะไรไปๆมาๆกกว่าเพียงแค่ตลกไงคิดได้มั๊ย?

นี่เครียดจากการพยายามพินิจพิจารณาหนังหนักมากมาย ละบรรดามินเนียนตัวเหลืองก็บากบั่นเบนความพอใจให้เราไปพอใจมันมากกว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัว
บ้าที่สุด

สรุป: ถ้าดูแบบไม่คิดอะไร ผ่อนคลาย สบายๆไปดูกับลูก กับแฟน ก็เอนเตอร์เทนดีค่ะ แต่หาสาระอะไรไม่ได้ จริงๆนะ มันเป็นการกลับไปดูว่า Gru กับเจ้ามินเนียนพวกนี้โคจรมาพบกันได้ยังไง โดยมี Set Up เป็น ยุค 60-70 ที่ตรงนี้แอบขัดใจทำให้เรารู้สึกว่าเห้ยยย Gru แก่ขนาดนั้นเลยอ่อ?? ในหนังรู้สึกว่าสักสามสิบกลางแต่ถ้านางเกิดยุค 60 นี่ก็ไม่ใช่ละ มายก็อด…

มินเนี่ยน 1-2

ให้คะแนน 6/10

ถึงจะชอบพวกนี้มากแค่ไหนแต่ในทางของหนังมันไปไม่สุดสักทางจริงๆอะ ตลกก็ได้ไม่สุดเพราะพวกมันคุยกันไม่รู้เรื่อง เราก็ไม่รู้เรื่อง(ฮา) ดราม่าก็… เกือบจะไม่มี เป็นราวกับทุกๆอย่าง “บากบั่น” ทำออกมาให้มันดูตลก ให้มีเรื่องมีราวราว มันแปลงเป็นหนังตลกที่แออัดยัดเยียดมุกใส่ผู้ชมตลอดเวลา ดูละอ่อนล้าแทน กลับไปเปิด KingsMan : The Secret Service ดูอีกรอบดีมากยิ่งกว่า ในความรู้สึกเรานะ มันเป็นหนังสำหรับเด็กที่ใส่ Set Up เป็นยุคเก่าเพื่อพ่อแม่ดูแล้วเพลิดเพลินไปกับลูกๆด้วยงี้ ฟีลลิ่งเราราวกับโดนบังคับให้ดู Tom and Jerry มาราธอนสักชั่วโมงได้หมายถึงออกมาละเอียนเลยอะ

ปล. ชอบ Bob นะ นางราวกับหนู Agnes มากมายๆเราจะเก็บ Box Set อยู่ดี เพราะยังหา Despicable Me ภาค 1 มาเก็บไม่ได้ เราว่าเรื่องที่เล่าในมุมคนมันอินกว่าการเล่าในมุมมินเนียน ยังไงก็ไม่อินจริงๆได้แต่ดูไปเพลิดเพลินๆขำๆและจบๆไป โอเค บาย

มินเนียน

Minions